HinterKaifeck คดีสังหารหมู่ประหลาดที่ฮินเตอร์เคเฟก

HinterKaifeck หรือ ฮินเตอร์เคเฟกในภาษาไทย  เป็นฟาร์มเล็กๆ ซึ่งเป็นชื่อที่คนท้องถิ่นใช้ที่ตั้งอยู่ในป่า ระหว่างเมืองบาวาเรีย อินกอลสตาดท์ และ ชโรเบนเฮาเซน(ประมาณ 70 กิโลเมตรทางเหนือของ มิวนิค ) หรือ ตั้งอยู่หลังป่าห่างจากตัวเมืองเคเฟก ประเทศเยอรมนี ราว 1 กิโลเมตรฟาร์ม HinterKaifeck แห่งนี้เป็นของครอบครัวกรูเบอร์ประกอบไปด้วยอันเดรส กรูเบอร์ วัย 63 ปี,คาซิลเลีย ภรรยาวัย 72 ปี วิกตอเรีย เกเบรียล ลูกสาววัย 35 ปี และลูกของวิกตอเรีย 2 คนคือ คาซิลเลีย วัย 7 ขวบ และโยเซฟ วัย 2 ขวบ อ่านเรื่องอื่น ๆ ! คลิก ออกกำลังกาย15นาที ต่อวัน ก็ช่วยยืดอายุได้!

สาเหตุที่ครอบครัวกรูเบอร์ห่างไกลจากตัวเมือง อันเนื่องจากอันเดรสเป็นคนที่ชอบสันโดษ ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับเพื่อนบ้านมากนัก
แต่อย่างไรก็ตามครอบครัวนี้ก็เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับคนในท้องถิ่น อันเนื่องจากข่าวลือที่เสียหายที่ออกมา เป็นต้นว่าอันเดรสเป็นคนชอบทำร้ายภรรยาเป็นประจำ อีกทั้งมีข่าวลือหนาหูว่าโยเซฟ หลานชายคนเล็กแท้ที่จริงแล้ว เป็นลูกของอันเดรสโดยเขาข่มขืนวิกตอเรีย ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ
ของตัวเองจนตั้งครรภ์ เป็นเหตุทำให้เขาหลงลูกสาว และหวงลูกสาวเกินหน้าเกินตา ควบคุมความประพฤติวิกตอเรียอย่างเข้มงวด
แม้ข่าวลือของอันเดรสจะมีแต่เรื่องเสียหาย แต่สำหรับวิกตอเรียนั้นมีแต่ด้านบวก เพราะเธอเป็นสาวสวยและร้องเพลงอย่างไพเราะ
โดยเฉพาะเธอมักทำหน้าที่เป็นนักร้องประสานเสียงที่โบสถ์เป็นประจำ และแล้วเรื่องราวแปลกประหลาดในฟาร์มของกรูเบอร์ได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อ
1922 เมื่อแม่บ้านที่ทำงานให้กับครอบครัวกรูเบอร์ จู่ ๆ ก็เก็บข้าวเก็บของลาออกจากงานอย่างกะทันหัน
เมื่อถามสาเหตุแม่บ้านก็อ้างว่าเธอได้ยินเสียงประหลาด และเสียงอื่นๆ บริเวณรอบบ้าน บางครั้งก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินอยู่ในห้องใต้หลังคา ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่ในบ้านแม่บ้านเชื่อว่าบ้านของกรูเบอร์นั้นมีผีสิง ด้วยความกลัวผมของเธอกลายเป็นสีขาวซีดเผือก และร่างกายผอมแห้ง
เธอก็ไม่สามารถทนอยู่กับสถานที่แห่งนี้ต่อไป จึงกล่าวคำอำลาและออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที
ส่วนอันเดรสคิดว่าแม่บ้านเป็นโรคประสาท หลอนเรื่องราวไปเองมากกว่า อย่างไรก็ตาม หกเดือนต่อมา ก็เกิดเรื่องแปลกประหลาดมากมาย
ช่วงกลางเดือนมีนาคม 1922 อันเดรสได้เดินสำรวจความเสียหายไร่นาหลังจากเกิดพายุหิมะ
และได้พบรอยเท้าแปลกบนหิมะที่ชายป่า โดยรอยเท้าเห็นได้ชัดว่ากำลังเดินตรงไปยังบ้านของเขา
อันเดรสเห็นว่าเป็นผู้บุกรุก จึงรีบกลับไปที่บ้าน หากแต่เมื่อค้นหาอย่างละเอียดทั่วบริเวณก็ไม่พบผู้บุกรุกซ่อนตัวอยู่เลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ในโรงนา และโรงเก็บเครื่องมือ ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติใดๆ ในคืนวันเดียวกันนั้นเอง
อันเดรสถูกปลุกให้ตื่นเมื่อได้ยินแปลกที่ไม่สามารถอธิบายไม่ได้ดังมาจากห้องใต้หลังคา ซึ่งเป็นเสียงเดียวที่แม่บ้านได้อ้างได้ยินและเชื่อว่าเป็นผี
เขารีบไปตรวจสอบก็พบว่าไม่มีใครหลบซ่อนที่นั้นเลย เมื่อสำรวจทั่วบ้านก็ไม่พบรอยเท้าออกจากบ้าน หรือรอยเท้าบุกรุกเข้ามา
อันเดรสก็กลับเข้าไปนอนอีกครั้ง เมื่อถึงเช้าวันถัดไป เขาก็พบหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งวางอยู่ที่ระเบียงบ้านทั้ง ๆ
ที่เขาไม่เคยซื้อหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น และเมื่อสอบถามครอบครัวก็ไม่มีใครยอมรับเป็นเจ้าของ หลังจากนั้นไม่นาน วันที่
30 มีนาคม 1922 ชุดกุญแจบ้านได้หายไปจากที่เก็บของมันอย่างลึกลับแม้ค้นหาทุกซอกทุกมุมก็ไม่มี
อันเดรสยังพบว่ารูกุญแจของประตูโรงเก็บเครื่องมือมีรอยขีดข่วนคล้ายกับมีคนใครบางคนพยายามงัดแงะ

วันที่ 31 พฤษภาคม ท่ามกลางความไม่ชอบมาพากล แม่บ้านใหม่ก็ได้เข้ามาทำงาน เธอชื่อ มาเรีย บอมการ์ตเนอร์ (Maria Baumgartner)
เธอมารับงานแทนแม่บ้านคนก่อนที่ลาออกไป มันเป็นวันแรกของเธอ และมันก็จะเป็นวันสุดท้ายของเธอด้วยเช่นกัน วันที่ 4 เมษายน คนในเมืองเริ่มเกิดความกังวล เมื่อไม่มีใครเห็นคนในครอบครัวกรูเบอร์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ชอบคบหาสมาคมกับใคร แต่พวกเขาก็ไปโบสถ์ทุกอาทิตย์ แต่ครั้งนี้พวกเขาโผล่หน้ามา อีกทั้งวิกตอเรียมีหน้าที่เป็นนักร้องต้นเสียงเพลงสวดก็หายไปเฉยๆ และคาซิลเลีย ลูกสาวเธอก็ขาดเรียนโดยไม่ทราบสาเหตุในช่วง 2 วันก่อนและนั่นเอง ทำชาวเมืองตัดสินใจที่จะมุ่งหน้าไปยังไร่ฮินเตอร์เคเฟก เพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวกรูเบอร์ เมื่อมาถึงฟาร์ม พวกเขาก็บรรยากาศในฟาร์มเวลานั้นราวกับป่าช้าไม่มีผิด พวกเขาพยายามร้องเรียกสมาชิกครอบครัวกรูเบอร์ แต่ไม่มีใครตอบกลับมาเลย และเมื่อตรวจสอบบริเวณอย่างคร่าวๆ ก็ไม่มีวี่แววของสมาชิกครอบครัวกรูเบอร์แม้แต่น้อย พวกเขาตัดสินใจที่จะตรวจสอบภายในโรงนา
และเมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบกับภาพสยดสยอง ร่างของ อันเดรส, คาซิลเลีย ภรรยาของอันเดรส, วิกตอเรียลูกสาวของอันเดรส และคาซิลเลีย หลานสาวถูกนำมากองซ้อนทับกัน โดยมีฟางแห้งคลุมร่างอยู่ภายในโรงนาด้วยความตกใจ ชาวบ้านก็ค้นหาสมาชิกที่เหลือก็พบว่าพวกเขาอยู่ในบ้าน ร่างหนูน้อยโยเซฟหลานสาวคนสุดท้องถูกฆ่าตายนอนเสียชีวิตอยู่ในเปล และร่างของมาเรียสาวใช้คนใหม่ถูกฆ่าตายในเตียงห้องนอนของเธอทั้งสองมีเลือดท่วมที่ตอนนี้แห้งกรัง สมาชิกครอบครัวกรูเบอร์ทั้ง 5และรวมถึงแม่บ้านที่ ถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็นชาวเมืองเรียกตำรวจทันที และภายในไม่กี่ชั่วโมงผู้เชี่ยวชาญจากมิวนิคและตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ จากการชันสูตรเบื้องต้นพบว่าเหยื่อทั้งหมดถูกฆ่าด้วยการตีที่ศีรษะด้วยพลั่วเพียงครั้งเดียว แม้ศพของวิคตอเรียจะมีร่องรอยการถูกบีบรัด แต่นั้นไม่ใช่สาเหตุการเสียชีวิต
ทำให้สันนิษฐานว่าฆาตกรสังหารหมู่น่าจะมีความคุ้นเคยกับการใช้งานพลั่ว เนื่องจากทุกบาดแผลมีความแม่นยำ
และมั่นใจว่าจะสามารถทำให้เหยื่อตายในครั้งเดียว ตามร่างกายไม่พบบาดแผลใด ๆ ทุกคนเสียชีวิตทันที ยกเว้นคาซิลเลีย (หลาน) พบร่องรอยว่าเธอยังคงมีชีวิตอีกหลายชั่วโมงหลังจากถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสอีกทั้งปอยผมของเธอยังถูกกระชากผมจนหลุดจากศีรษะหลายกระจุกโดยไม่ทราบสาเหตุเหยื่อทุกคนถูกฆ่าในขณะสวมใส่ชุดนอน ยกเว้นวิกตอเรียกับคาซิลเลีย(หลาน) ที่สวมชุดธรรมดารวมไปถึงความจริงที่ว่าโยเซฟและมาเรียถูกสังหารขณะหลับเห็นได้ชัดว่าการฆาตกรรมเกิดขึ้นในตอนยามวิกาลของตอนเย็นใกล้เวลานอนของสมาชิกครอบครัว โดยคนร้ายฆ่าวิกตอเรียและคาซิลเลีย (หลาน)ที่ยังสวมชุดธรรมดาก่อน จากนั้นก็ลวงอันเดรส ภรรยาวิคตอเรียลูกสาวมาสังหารทีละคน ในยุ่งฉางด้วยพลั่ว
จากนั้นคนร้ายเข้ามาในบ้านและลงมือสังหารโยเซฟและมาเรียบนเตียงที่น่าประหลาด คือ ทำไมคนร้ายจึงนำร่างคนร้ายถึงต้องคลุมศพ
ไม่ว่าจะเป็นการนำศพ มาวางทับซ้อนกันแล้วคลุมด้วยฟางร่างโยเซฟถูกคลุมด้วยกระโปรงของวิกตอเรียและร่างของมาเรียถูกคลุมด้วยผ้าปูเตียง
เชื่อว่าการสังหารล้างครัวที่โหดร้ายนี้น่าจะเกิดขึ้นในคืนวันศุกร์วันที่ 31พฤษภาคม 1922 เมื่อสอบถามเพื่อนบ้านก็พบเรื่องที่แปลกประหลาด

เมื่อพยานยืนยันว่าพวกเขาเห็นควันไฟลอยขึ้นมาจากปล่องบนหลังคาบ้านอันเดรส ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้หลังจากเกิดเหตุฆาตกรรนอกจากนี้ตำรวจยังพบหลักฐานมากมายที่แสดงถึงร่องรอยของคนอาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุฆาตกรรม ไม่ว่าจะเป็น บนโต๊ะอาหารยังมีอาหารที่เพิ่งกินเสร็จใหม่ๆ บนเตียงนอนของอันเดรสมีร่องรอยว่ามีคนนอน อีกทั้งฝูงวัวและสัตว์อื่น ๆ
ในฟาร์มได้รับการดูแลให้อาหาร เช่นเดียวกับสุนัขที่ถูกล่ามไว้ในโรงนา แม้ว่ามันแสดงอาการหวาดกลัวแต่ก็มีสุขภาพแข็งแรง
ไม่แสดงอาการว่าอดอยากทั้ง ๆ ที่เจ้าของเสียชีวิตไปหลายวันแล้ว ตำรวจงงกับความจริงข้อนี้ แน่นอนคนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุฆาตกรรม
ก็คงจะเป็นฆาตกรที่พึ่งสังหารล้างครอบครัวอันเดรสมาหมาดๆ แต่แทนที่ฆาตกรจะหนีจากที่เกิดเหตุ มันยังคงใจเย็น
อาศัยอยู่ในบ้านหลายวันอย่างสบาย อีกทั้งยังให้อาหารสัตว์เลี้ยงด้วย แน่นอนไม่มีใครสารมารถอธิบายพฤติกรรมเหล่านี้ได้ นอกจากตัวฆาตกรเอง
ยิ่งสืบก็ยิ่งลึกลับ เมื่อตำรวจไม่พบแรงจูงใจการสังหารโหดเลยแม้แต่น้อย ตอนแรกพวกเขาสันนิษฐานว่า เป็นการฆาตกรรมเพื่อหวังชิงทรัพย์ธรรมดา เพราะครอบครัวอันเดรสรวยมากจึงไม่แปลกที่จะมีใครสักคนกล้าที่จะบุกรุกและฆ่าพวกเขาเพื่อหวังสมบัติมีค่า อย่างไรก็ตาม
เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบก็พบว่าเงินสดก้อนใหญ่และเครื่องประดับมีค่าภายในบ้านไม่ได้ถูกแตะต้อง หรือหายไปอย่างไร
แม้จะมีการสอบสวนภายหลังพบว่าวิกตอเรียเพิ่งถอนเงินก้อนใหญ่ปิดบัญชีธนาคารก่อนเกิดเหตุ เพียงไม่กี่สัปดาห์ แม้เธอจะบอกว่าจะเอาไปบริจาคแต่เงินก็น่าจะเหลืออยู่จำนวนมาก ไม่มีใครรู้ว่าเงินจำนวนนั้นเอาไปทำอะไรและมันเชื่อมโยงกับการสังหารหมู่ครั้งนี้หรือไม่
เมื่อประเด็นฆ่าชิงทรัพย์ตัดไป ประเด็นใหม่ที่ตำรวจสนใจตือประเด็นความแค้นส่วนตัว ซึ่งจากการสืบพบผู้ต้องสงสัย ชื่อ ลอเรนซ์ ชลิทเทนเบเออร์ (Lorenz Schlittenbauer) ชายที่เคยเป็นแฟนเก่าของวิกตอเรียที่คบหาอยู่อยู่พักหนึ่ง แต่อันเดรสกีดกันไม่ให้ทั้งคู่คบกัน และตอนหลังวิกตอเรียก็คลอดโยเซฟ และเธอบอกกับชาวบ้านว่า โยเซฟเป็นลูกของลอเรนซ์ แต่ชาวบ้านชื่อว่าโจเซฟเป็นลูกของอันเดรสกับลูกสาวของตนมากกว่า

ซึ่งเรื่องนี้ไม่แปลกที่จะสร้างความโกรธแค้นให้กับลอเรนซ์เป็นอย่างมาก ตำรวจยังพบอีกว่า วิกตอเรียกำลังฟ้องร้องเรียกค่าเลี้ยงดูบุตรจากลอเรนซ์
ขณะที่ลอเรนซ์ไม่เชื่อว่าโยเซฟเป็นลูกของเขา อีกทั้งประเด็นต่างๆ ก็มุ่งไปที่ลอเรนซ์เป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญเขาเป็นในคนกลุ่มแรกที่มาค้นที่เกิดเหตุ สุนัขที่ล่ามอยู่ในโรงนาเห่าใส่ตลอดเวลาเมื่อเห็นลอเรนซ์ พยานบางคนก็ให้การว่าเขาแสดงท่าทีเรียบเฉยผิดปกติเมื่อเห็นกองเลือดในโรงนา และเป็นคนโกยกองฟางออกจากร่างผู้เคราะห์ร้ายโดยไม่แสดงอาการรังเกียจใดๆ เมื่อเขาถูกถามว่า ทำไมถึงต้องยุ่งย่ามกับศพในขณะที่ตำรวจกำลังจะมา เขาก็ตอบว่าต้องการหาร่างลูกชายของเขา นอกจากท่าทีเรียบเฉยของลอเรนซ์แล้ว เขายังแสดงความคุ้นเคยในฟาร์มราวกับเคยอาศัยอยู่ที่นั้นมาพักหนึ่ง และนั่นทำให้ลอเรนซ์ถูกสอบปากคำโดยตำรวจ แต่ในที่สุดตำรวจจำเป็นต้องปล่อยตัวเขาเพราะไม่มีหลักฐานรูปธรรเพียงพอที่จะเชื่อมโยงเขากับคดีอาชญากรรม

Facebook : Discoveryman22