อุบัติการณ์ โรคระบาดร้ายแรง ที่เกิดขึ้นบนโลก

โรคระบาดร้ายแรง ที่เกิดขึ้นบนโลกนั้นมีหลายแบบในการติดต่อกันหลายทางและมีหลายโรคและหลายรอบวันนี้ Discoveryman.com จะมาเสนอ โรคระบาดร้ายแรง ที่เคยเกิดขึ้นบนโลกนั้นจะมีอะไรบ้างนั้นสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ Discoveryman.com

The Great Plague of London

The Great Plague of London discoveryman

-ชื่อโรค :  The Great Plague of London

-สาเหตุการเกิดโรค : หนู

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : ค.ศ.1665 – ค.ศ.1666

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : 75,000-100,000 คน

– สถานการณ์การระบาด : The Great Plague of London โรคระบาดครั้งใหญ่ในกรุงลอนดอน สาเหตุของการเกิดโรคนี้มาจากความสกปรกของย่านบางย่านในลอนดอนทำให้ดึงดูดหนูเข้ามา เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1665 – ค.ศ.1666 ทำให้เกิดโรคและทำให้ประชากรลอนดอนกว่า 20% หรือ 75,000-100,000 คน ได้เสียชีวิตไป จากเหตุการณ์ครั้งนี้ มาตรการโรค The Great Plague of London โดยองคมนตรีได้มีการพิจารณาว่าจะต้องทำอย่างไรให้โรค The Great Plague of London ข้ามไปอังกฤษ การกักกัน ของเรือได้ถูกนำมาใช้ในการระบาดครั้งก่อนและได้มีการแนะนำ การกักกัน อีกครั้งสำหรับเรือที่เข้ามาถึงลอนดอน โดยมีเรือสมุทรสองลำได้รับหน้าที่ให้ทำการสกัดกั้นเรือ ที่ได้เข้ามาในปากแม่น้ำเทมส์ เรือจากท่าเรือที่มีการติดไวรัสต้องไปจอดที่ Hole Haven ที่เกาะ Canvey สำหรับ เทรนไทน์ เป็นระยะเวลา 30 วัน ก่อนได้รับอณุญาติให้เดินทางได้และมีการจัดตั้งสายตรวจระหว่างป้อมที่อยู่ตรงข้ามแม่น้ำเทมส์ที่ Tilbury และ Gravesend พร้อมคำแนะนำในการส่งเรือพร้อมใบรับรองเท่านั้น

อหิวาตกโรค First Cholera Pandemic

อหิวาตกะโรค Discoveryman

-ชื่อโรค :  อหิวาตกโรค First Cholera Pandemic

-สาเหตุการเกิดโรค : เชื้อแบคทีเรีย Vibrio cholerae

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : ค.ศ.1817-1885

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด :

– สถานการณ์การระบาด : อหิวาตกโรค First Cholera Pandemic โรคนี้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า Vibrio cholerae ในลำไส้เล็ก โรคนี้เกิดในปี ค.ศ.1817-1885 ในปี ค.ศ.1885 ก็ได้มีการผลิตวัคซีนขึ้นมาได้สำเร็จแต่โรคก็ยังระบาดต่อไป โรคนี้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ล้านคน มีผู้ป่วรวมทั่วโลก 3-5 ล้านคนและมีผู้คนเสียชีวิต 100,000-130,000 ต่อปี มาตรการการป้องกันโรค อหิวาตกโรค โดยการป้องกันการเป็น อหิวาตกโรค นั้นต้องกินอาหารปรุงสุกใหม่ๆและน้ำดื่มต้องสะอาด เช่น น้ำต้มจนเดือดได้ที่ และภาชนะที่ใส่ควรทำให้สะอาดที่สุด้ท่าที่จะทำได้ทุกครั้งก่อนใช้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวก หมัก หรือ ดอง อาหารกึ่งสุกกึ่งดิบ อาหารที่ปรุงทิ้งไว้แล้วมีแมลงวันมาตอม และต้องล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดก่อนกินอาหารทุกครั้ง หรือ ก่อนปรุงอาหาร และหลังขับถ่าย ไม่ทิ้งของเสีย เช่น อุจจาระ หรือ ปัสสาวะ ลงในแม่น้ำลำคลองเรี่ยราด ระวังไม่ให้น้ำจากคลองหรือน้ำที่ไม่สะอาดเข้าปาก หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย อหิวาตกโรค ถ้าสัมผัสกับผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ควรรับประทานยาที่แพทย์ให้จนครบ

เชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola)

ebola discoveryman

-ชื่อโรค : เชื้อไวรัสอีโบลา (Ebola)

-สาเหตุการเกิดโรค : ไวรัสสี่จากห้าชนิดที่จัดอยู่ในสกุลของ Ebolavirus

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : พ.ศ.2519 – พ.ศ.2559

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : 11,323 คน

– สถานการณ์การระบาด : โรคนี้เกิดจากไวรัสสี่จากห้าชนิดที่จัดอยู่ในสกุลของ Ebolavirus คาดกันว่าโรคนี้ไม่ได้ก่อเกิดจากมนุษย์อีกด้วย โรคระบาดนี้พบครั้งแรกในปี พ.ศ.2519 เป็นการระบุโรคครั้งแรก และปี พ.ศ. 2555 มีผู้ติดเชื้อน้อยกว่า 1000 คนต่อปี พ.ศ.2557 ถึง พ.ศ.2559 ผู้เสียชีวิตจากโรคระบาดนี้นั้น มีผู้ป่วยรวมกันถึง 28,646 คน เสียชีวิตถึง 11,323 คน (ประเทศแอฟริกาตะวันตก (West Africa) นั้นเอง มาตรการของโรค เชื้อไวรัสอีโบลา โดยการป้องกันต้องมีการเปลี่ยนพฤติกรรม โดยส่วนใหญ่การป้องกัน เชื้อไวรัสอีโบลา ต้องสวมใส่อุปกรณ์ที่เหมาะสมและการฆ่าเชื้อ เทคนิคเลี่ยงการติดเชื้อเกี่ยวกับการไม่สัมผัสเลือดหรือสารคัดหลั่งอื่นๆที่ติดเชื้อ รวมทั้งเลือดและสารคัดหลั่งจากศพซึ่งต้องสงสัยและวินิจฉันโดยเร็วและใช้ความระวังระดับมาตรฐานสำหรับผู้ป่วยทุกคนในสาธารณะสุข แนะนำเมื่อได้ดูแลผู้ติดเชื้อรวมการแยกผู้ป่วย การทำไร้เชื้อซึ่งอุปกรณ์ และการสวมเสื้อผ้าป้องกัน ได้แก่ หน้ากาก ถุงมือ กาวน์และแว่นตา การล้างมือสำคัญแต่อาจลำบากในพื้นที่ซึ่งไม่มีแม้น้ำสำหรับดื่ม และยังสามารถกำจัดเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสอีโบลา ด้วยความร้อนอีกด้วย

โรคระบาด อันโทนีน Antonine Plague

กัลโทนี่ discoveryman

-ชื่อโรค : โรคระบาด อันโทนีน Antonine Plague

-สาเหตุการเกิดโรค : ฝีดาษหรือไข้ทรพิษ

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : ค.ศ.165 – ค.ศ.186

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : 5 ล้านคน

– สถานการณ์การระบาด : โรคระบาด อันโทนีน Antonine Plague  เป็นโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษที่ระบาดขึ้นในอาณาจักรโรมัน สาเหตุของการเกิดโรคระบาด นั้นเชื่อกันว่ามาจากกองทัพโรมันที่เดินทางกลับจากแถบตะวันออก (Near East หมายถึงประเทศแถบเอเชียตะวันตก ตุรกี อียิปต์ ไปจนถึงจักรวรรดิออตโตมัน) ทั้งนี้ยังไม่ทราบต้นตอการเกิดของโรคระบาดนี้อย่างแน่ชัด เหตุการณ์นี้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากแก่กรุงโรม และ ยังมีผู้เสียชีวิตถึงวันละ 2,000 คน ประมาณยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดประมาณ 5 ล้านคน มาตรการของ โรคระบาด อันโทนีน Antonine Plague ผลกระทบโดยตรงบางประการของการแพร่กระจายที่โดดเด่น เมื่อกองกำลังของจักรวรรดิเคลื่อนไปทางตะวันออกภายใต้การบังคับบัญชาของจักรพรรดิ Verus หลังจากกองกำลังของ แจกัน IV ของ Parthia โจมตี อาร์เมเนียการป้องกันดินแดนทางตะวันออกของชาวโรมันถูกขัดขวางเมื่อกองกำลังจำนวนมากต้องยอมจำนนต่อโรคนี้ ตามที่นักเขียนชาวสเปนในศตวรรษที่ 5 Paulus Orosius, เมืองและหมู่บ้านมากมายใน คาบสมุทรอิตาลี และ ยุโรป ต่างจังหวัดสูญเสียผู้อยู่อาศัยทั้งหมด ขณะที่โรคนี้แพร่ระบาดไปทางทิศเหนือ

ไข้หวัดใหญ่สเปน

ไข้หวัดใหญ่สเปน discoveryman

-ชื่อโรค : ไข้หวัดใหญ่สเปน

-สาเหตุการเกิดโรค : เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : พ.ศ.2461 – พ.ศ.2463

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : ในจำนวนผู้ป่วย 500 ล้านคนที่ติดเชื้อในปี 2461 มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 10-20%

– สถานการณ์การระบาด : ไข้หวัดใหญ่สเปน  (Spanish flu) คาดว่าสาเหตุการเกิดโรคนี้นั้นมาจากเกิดจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ H1N1 ทำให้ได้เกิดการแพร่ระบาดออกไปทั่วโลกในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งระบาดรุนแรงทั่วโลกในปี พ.ศ.2461 ถึง พ.ศ.2463 นับว่าเป็นการระบาดที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ด้วยเหตุนั้นจึงทำให้มีผู้ติดเชื้อราว 1 ใน 3 ของโลกในยุคสมัยนั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตไปราวๆ 20-50 ล้านคน ในจำนวนผู้ป่วย 500 ล้านคนที่ติดเชื้อในปี 2461 มีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ราว 10-20% และมีผู้เสียชีวิตมากถึง 25 ล้านคนเฉพาะในช่วง 25 สัปดาห์แรก มาตรการ โรค ไข้หวัดใหญ่สเปน หลังจากการระบาดรุนแรงรอบสองช่วงปลายปี ค.ศ.1981 ผู้ป่วยรายใหม่ลดลงฉับพลัน แทบจะไม่มีผู้ป่วยเลยหลังจากการผ่านมาของการระบาดสูงสุดในรอบที่สอง ตัวอย่างเช่นในฟิลาเดลเฟีย มีผู้เสียชีวิต 4,597 รายเมื่อสิ้นสุดสัปดาห์วันที่ 16 ตุลาคม แต่เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ไข้หวัดใหญ่กลับหายไปจากเมืองอย่างไร้ร่องรอย คำอธิบายหนึ่งสำหรับการลดลงอย่างรวดเร็วของโรคนี้คือ แพทย์มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการป้องกันและรักษาโรคปอดบวมที่พัฒนาขึ้นหลังจากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัส อย่างไรก็ตาม จอห์น แบร์รี่ (John Barry) ระบุไว้ในหนังสือ The Great Influenza: The Epic Story of the Deadliest Plague In History ของเขาว่า นักวิจัยไม่พบหลักฐานที่สนับสนุนคำอธิบายนี้ อีกทฤษฎีหนึ่งกล่าวว่าเชื้อ 1918 ไวรัส ได้กลายพันธุ์อย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสายพันธุ์ที่มีความร้ายแรงน้อยลง นี่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปกับไวรัสไข้หวัดใหญ่

ไข้หวัดใหญ่เอเชีย

ไข้หวัดใหญ่ discoveryman

-ชื่อโรค :  ไข้หวัดใหญ่เอเชีย

-สาเหตุการเกิดโรค : เชื้อไวรัสกลุ่มเอ

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : พ.ศ.2499 จนถึง ปี พ.ศ.2501

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : 2 ล้านคนทั่วโลก

– สถานการณ์การระบาด : ไข้หวัดใหญ่เอเชีย (Asian Flu) เป็นการระบาดรุนแรงของเชื้อไวรัสกลุ่มเอ ซึ่งต้นกำเนิดนั้นมาจากประเทศจีนเมื่อปี พ.ศ.2499 จนถึง ปี พ.ศ.2501 และตัวเลขที่คาดการณ์จำนวนของผู้เที่สียชีวิตจากโรคไข้หวัดใหญ่นี้ของแต่ละที่มีความแตกต่างกันออกไป บางที่คาดว่าสูงถึง 4 ล้านคน แต่ WHO ยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตไว้ที่ราว 2 ล้านคนทั่วโลก ในจำนวนนี้นั้นเกือบ 70,000 คนที่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา มาตรการ โรคไข้หวัดใหญ่เอเชีย องค์การอนามียโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคได้แนะนำวัคซีนไข้หวัดใหญ่สำหรับกลุ่มเสี่ยงสู.อย่าเด็ก ผู้สูงอายุ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และผู้ป่วยโรคหืด เบาหวาน โรคหัวใจ และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น เนื่องจากอัตรากลายพันธุ์ของไวรัสนี้นั้นสูง วัคซีนไข้หวัดใหญ่ปกติจึงให้การป้องกันโรคได้เพียงไม่กี่ปี ดังนั้น ทุกปีองค์การอนามัยโลกพยากรณ์ว่าไวรัสสายพันธุ์ใดน่าจะไหลเวียนในปีหน้ามากที่สุด ทำให้บริษัทเภสัชภัณฑ์พัฒนาวัคซีนที่จะให้ภูมิคุ้มกันดีที่สุดต่อสายพันธุ์เหล่านี้ มีการเปลี่ยนสูตรวัคซีนแต่ละฤดูสำหรับสายพันธุ์จำเพาะบางสายพันธุ์ แต่ไม่รวมสายพันธุ์ที่กำลังระบาดอยู่ในโลกระหว่างฤดูนั้น ผู้ผลิตใช้เวลาหกเดือนสร้างสูตรและผลิตวัคซีนหลายล้านขนาดที่จำเป็นในการรับมือกับสายพันธุ์ที่โดดเด่นอยู่ในขณะนั้น นอกจากนี้การติดเชื้อก่อนฉีดวัคซีนและการเจ็บป่วยจากสายพันธุ์ที่วัคซีนควรป้องกันก็เป็นไปได้ เพราะวัคซีนใช้เวลาออกฤทธิ์สองสัปดาห์

กาฬโรค The Black Death

the black death discoveryman

-ชื่อโรค :  กาฬโรค The Black Death

-สาเหตุการเกิดโรค : เชื้อแบคทีเรีย เยอซิเนีย แพสทิซ (Yersinia pestis)

-ระยะเวลาที่เกิดการระบาด – สิ้นสุด : ค.ศ.1347 – ค.ศ.1353

– จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคระบาด : 75-200 ล้านคน นับเป็นถึง 1 ใน 3 ของประชากรโลก

– สถานการณ์การระบาด : เป็นอีกหนึ่งในโรคระบาดที่ร้ายแรง และโด่งดังมากในประวัติศาสตร์โลก มีสาเหตุมาจากเชื้อแบคทีเรีย เยอซิเนีย แพสทิซ (Yersinia pestis) ซึ่งแพร่ระบาดอยู่ในสัตว์จำพวกหนูในแถบตอนกลางของเอเชีย โดยจุดเริ่มต้นนั้นเชื่อว่ามาจากขบวนคาราวานที่เดินทางมาจากเอเชีย เข้ามาถึงยังท่าเรือซิซิลี ในอิตาลีประมาณปี ค.ศ.1347 และสิ้นสุดในปี ค.ศ.1353 ประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด 75-200 ล้านคน นับเป็นถึง 1 ใน 3 ของประชากรโลกทั้งหมดเลยทีเดียวผู้ป่วยที่ติดโรคนี้จะมีหลายอาการ ขึ้นอยู่กับสถานที่ และช่วงเวลาที่พบ จะมีลักษณะร่วมคือผู้ป่วยจะมีฝีมะม่วงขึ้นบริเวณข้อพับ ขาหนีบ คอ รักแร้ มีไข้สูง อาเจียนเป็นเลือด และจะเสียชีวิตในเวลา 2-7 วันส่วนคำเรียก Black Death มีความหมาย 2 อย่าง คืออาการขั้นสุดท้ายของผู้ป่วยจากกาฬโรค ร่างกายจะกลายเป็นสีดำเพราะมีเลือดออกใต้ผิวหนัง และอีกความหมายนั้นสื่อถึงความน่ากลัวของโรคร้ายนี้ และอารมณ์เศร้าหมองของผู้คนในยุคสมัยนั้น มาตราการ  ในชายและหญิงมีความเหมือนกัน เขาทั้งหลายแรกเริ่มแพ้ภัย มักจะมีฝีปรากฎขึ้นอย่างรวดเร็วที่ขาหนีบหรือไม่ก็รักแร้ บางจำพวกโตใหญ่จนมีขนาดเท่าแอปเปิ้ลทั่วไปผลหนึ่ง บางจำพวกโตเพียงเท่าไข่ไก่ จากทั้งสองบริเวณ ก้อนเนื้อก็จะเริ่มแพร่และกระจายตัวไปทุกทุกทาง หลังการนั้น โรคจะมีอาการเปลี่ยนแปลง ในหลายกรณีจะมีจุดดำหรือจุดแดงเข้มขึ้นที่แขนหรือต้นขาหรือที่อื่นๆ รายละเอียดทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว ในคำอธิบายคือฝีนั้นเป็น สัญลักษณ์แห่งความตายที่ใกล้เข้ามา และถ้าสามารถระบายฝีออกมาได้ก็จะสามารถรักษาได้

write by https://discoveryman.com/

Fackbook fanpage :  discoveryman22